1. การได้รับยาคุมกำเนิด

อาจจะให้ในหญิงวัยทองที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจหลายประการ เช่น LDLที่สูง

  1. การตรวจร่างกายประจำปี

การตรวจร่างกายประจำปีมีความสำคัญโดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคสูง เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงบางอย่างจะไม่มีอาการ เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง การตรวจร่างกายประจำปีจะทำให้เราทราบปัจจัยเสี่ยงของเรา

  1. การรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ

การรับประทานอาหารที่มีคุณภาพต้องประกอบไปด้วยปริมาณพลังงานที่ไม่มากเกินไป มีแร่ฐาตครบถ้วน ครบห้าหมู่ หลีกเลี่ยงอาหารมัน เค็ม หรือหวาน อ่านเรื่องอาหารคุณภาพที่นี่

  1. การจัดการเรื่องความเครียด

ความเครียดมักจะเป็นปัจจัยหนึ่งของการเกิดโรคหัวใจ การมองโลกในแง่ดีหรือเชิงบวกจะช่วยลดความเครียดได้ อ่านเรื่องการจัดการเกี่ยวกับความเครียด

  1. การดื่มสุรา

การดื่มสุราพอเหมาะจะช่วยลดการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หากดื่มมากเกินไปจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น อ่านที่นี่

การป้องกันหลอดเลือดหัวใจตีบโดยการใช้ยา

หากคุณตรวจร่างกายแล้วพบว่าเป็นโรค การใช้ยาควบคุมโรคจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจยาที่นิยมใช้คือ

  1. ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด Antiplatelet drug
  • ตัวแรกที่นิยมให้คือ Aspirin
  • ตัวที่สองคือ plavix เป็นยาที่นิยมใช้ในคนไข้ที่ทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจและใส่ขดรวดในหลอดเลือดหัวใจ
  1. ยาปิดกันเบต้า Betablock ยานี้จะลดความดันโลหิต ลดการเต้นของหัวใจ และลดการใช้ออกซิเจนของกล้ามเนื้อหัวใจ
  2. Angiotensin-converting enzyme inhibitor ยานควรจะให้ภายใน 24-48ชั่วโมง จะใช้ได้ดีในรายที่หัวใจทำงานไม่ดี ผู้ป่วยสูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยที่มีโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย
  3. ยาลดไขมัน Statin การใช้ยาลดไขมันจะช่วยการตีบของหลอดเลือดหัวใจ
  4. Omega-3 fatty acids,ซึ่งมีรายงานว่าลดอัตราการเสียชีวิตลงได้

ปัจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดแดงหัวใจตีบ

  1. อายุ ชายมากกว่า 45 ปี,หญิงอายุมากกว่า 55 ปี หรือวัยหมดประจำเดือน
  2. ความดันโลหิตสูง มากกว่า 140/90 มม.ปรอท
  3. โรคเบาหวาน
  4. สูบบุหรี่
  5. HDL cholesterol < 35 mg%
  6. มีญาติสายตรงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบก่อนวัย(ชายน้อยกว่า55ปี หญิงน้อยกว่า 65 ปี)
  7. ถ้า HDL > 60 mg% ให้ลบปัจจัยเสี่ยงออกข้อหนึ่ง

การป้องกันการเกิดหลอดเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด