ระยะสุดท้ายของโรคหัวใจวาย

ก่อนอื่นต้องยอมรับความจริงว่าโรคหัวใจวายนั้นไม่หาย การรักษาเป็นเพียงรักษาอาการของผู้ป่วย รักษาโรคแทรกซ้อนต่างๆที่จะเกิดกับผู้ป่วย การรักษาทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่ไม่สามารถที่จะให้หายได้ หลังจากรักษาได้ระยะเวลาหนึ่งจะต้องมีเรื่องที่จะต้องให้ญาติตัดสินใจ การวางแผนการตัดสินใจก่อนที่เหตุการณ์ จะเกิดจะทำให้เมื่อถึงเวลานั้นจะได้ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม และเป็นที่ยอมรับของหมู่ญาติ เรื่องที่จะต้องรอท่านตัดสินใจ

ในการปรึกษาหารือในหมู่ญาติเกี่ยวกับปัญหาต่างๆเหล่านี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เนื่องจากอาจจะถูกมองในแง่ลบจากญาติคนอื่นก็ได้ แต่ในความเป็นจริงโรคหัวใจวายจะต้องดำเนินมาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจ หากได้มีการกำหนดเงื่อนไขการตัดสินใจไว้ก่อนจะทำให้การดูแลและรักษาเป็นไปตามความต้องการของคนไข้และญาติ สำหรับข้อมูลที่ญาติต้องสอบถามจากแพทย์เพื่อประกอบในการตัดสินใจได้แก่

ญาติสามารถปฏิเสธการรักษาได้หรือไม่

เมื่อผู้ป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยเรื่องโรคหัวใจวายกำเริบ หรือโรคแทรกซ้อน เจ้าหน้าที่และแพทย์จะต้องทำการรักษาซึ่งอาจจะต้องใช้การรักษาที่ต้องรบกวนผู้ป่วย เช่น การให้น้ำเกลือ การใส่สายยางทางจมูกเพื่อให้อาหาร การคาท่อปัสสาวะ การใส่ท่อช่วยหายใจเพื่อดูดเสมหะ หรือการใช้เครื่องช่วยหายใจ การให้ยาเพื่อเพิ่มความดันโลหิต ดังนั้นหากญาติและมีความประสงค์ต้องการ หรือไม่ต้องการการรักษาชนิดไหนต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ และแพทย์เป็นหนังสือไม่ยินยอมให้ทำการรักษา เพราะหากแพทย์ทำการรักษาแล้วจะเลิกระหว่างการรักษาทำได้ลำบาก

ในการตัดสินใจต้องตั้งอยู่ในพื้นฐานโรคของผู้ป่วย โอกาสที่ผู้ป่วยจะหายแล้วกลับสภาพปกติมากน้อยเพียงใด ภาระที่จะเกิดกับผู้ป่วยและญาติ บางครั้งอาจจะตัดสินใจยาก อาจจะกำหนดเงื่อนไขด้านเวลา หากพ้นกำหนดเวลาที่เหมาะสมค่อยตัดสินใจอีกครั้ง

การตัดสินใจเกี่ยวกับการใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ

เรื่องช่วยหายใจจะช่วยดันอากาศเข้าปอด เพื่อให้ร่างกายได้ออกซิเจน ให้ปรึกษาแพทย์ว่าการใส่เครื่องช่วยหายใจมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน เครื่องจะช่วยยืดอายุได้นานแค่ไหน คนไข้จะทรมานหรือไม่

ข้อดีข้อเสียของการใส่เครื่องช่วยหายใจ

การตัดสินใจเรื่องการกู้ชีพ

ผู้ป่วยที่หัวใจหยุดเต้นกะทันหัน เจ้าหน้าที่จะทำการกู้ชีพซึ่งจะเป็นการป้ำหัวใจ การใส่ท่อหายใจ การให้ยาเพื่อให้หัวใจกลับมาเต้นอีกครั้ง สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเฉียบพลันการกู้ชีพอาจจะทำให้ผู้ป่วยพื้นขึ้นมา แต่สำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ป่วยมาก การกู้ชีพอาจจะไม่สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ หรืออาจจะอยู่ได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง การตัดสินใจที่จะให้แพทย์และเจ้าหน้าที่ทำการกู้ชีพเป็นเรื่องที่ตัดสินใจยากเพราะอาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับญาติคนอื่น แต่ก็มีคำแนะนำสำหรับการตัดสินใจดังนี้

หากผู้ป่วยได้ตัดสินใจก่อนที่จะเข้าโรงพยาบาล หรือหมู่ญาติได้ประชุมและตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่าจะไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ช่วยกู้ชีพ ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้ปฏิบัติตามความต้องการของผู้ป่วยและญาติ


การดูแลตัวเอง โรคหัวใจวาย