ความรุนแรงการติดเชื้อไวรัสแดงกิวมีอาการได้ 3 แบบคือ

โรคหนองในเทียม Non Gonococcal Urethritis (NSU)

โรคหนองใน Urethritis หมายถึงการที่ท่อปัสสาวะอักเสบ ซึ่งอาจจะเกิดจากการติดเชื้อหรือไม่มีการติดเชื้อก็ได้ อาการที่สำคัญคือมีหนองไหลออกจากท่อปัสสาวะ ปัสสาวะขัด แบ่งสาเหตุของโรคหนองในดังนี้

  1. หนองในแท้ Gonococcal Urethritis
  2. หนองในเทียม Non Gonococcal Urethritis (NSU)

อ่านเรื่องท่อปัสสาวะอักเสบ

โรคหนองในเทียม

โรคหนองในเทียมหมายถึงการอักเสบของท่อปัสสาวะ ที่เกิดเชื้อโรคที่ไม่ใช่หนองในแท้ (Gonococcal Urethritis) สำหรับเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคหนองในเทียมได้แก่

เชื้อที่เป็นสาเหตุบ่อยที่สุดคือ Chlamydia trachomatis

เราได้รับเชื้อหนองในเทียมได้อย่างไร

คนเราติดเชื้อหนองในเทียมได้จากทาง

นอกจากนั้นก็มีโรคที่ทำให้เกิดอาการหนองในเทียมเช่น

อาการของผู้ที่เป็นหนองในเทียม

ผู้ที่ได้รับเชื้อส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ หากมีอาการจะเกิดหลังจากรับเชื้อไปแล้วประมาณ 1-3 สัปดาห์ อาการจะขึ้นกับเพศ

อาการสำหรับเพศชาย

อาการสำหรับเพศหญิง

เชื้อจะไปที่ปากมดลูก cervix และท่อปัสสาวะจะทำให้เกิดอาการตกขาว ปัสสาวะขัด หากไม่รักษาเชื้ออาจจะลามไปที่ท่อรังไข่ Fallopian tube เกิดช่องเชิงกรานอักเสบซึ่งจะมีอาการปวดท้องน้อย มีไข้ เจ็บท้องเมื่อมีเพศสัมพันธ์

การวินิจฉัยโรคหนองในเทียมต้องทำอย่างไร

การป้องกันโรคหนองในเทียม

การรักษาโรคหนองในเทียม

การรักษาจะต้องให้ยาทันทีหลังจากการวินิจฉัย

ยาที่เลือกเป็นอันดับต้น

ยาที่เลือกเป็นอันดับรองลงมา

ในผู้หญิงหรือผู้ชายที่ติดโรคหนองในเทียม ต้องได้รับการตรวจซ้ำ 3 เดือนหลังการรักษา

สำหรับผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง

โรคแทรกซ้อนที่สำคัญ

หากท่านเป็นโรคหนองในเทียม โดยที่มีหรือไม่มีอาการแล้วไม่ได้รักษาท่านอาจจะมีโรคแทรกซ้อนที่สำคัญคือ

ในผู้ชาย

ในผู้หญิง

การรักษาสำหรับคู่

ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วย 60 วันก่อนเกิดอาการจะต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ได้แก่โรคเอดส์ ซิฟิลิส หนองในแท้ และหนองในเทียม